ReadyPlanet.com
dot dot
อาหารที่เหมาะสมตามวัย ตั้งแต่วัยแรกเกิด – 5 ปี article

 อาหารที่เหมาะสมตามวัย  ตั้งแต่วัยแรกเกิด – 5 ปี         

         อาหารมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการของสมอง ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาตลอดจนวัยเด็ก หากภาวะโภชนาการบกพร่อง จะนำไปสู่การเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้เจ็บป่วยบ่อย จะมีผลกระทบต่อสติปัญญา และความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก  
         อาหารที่มีคูณค่าทางโภชนาการเหมาะสมตามวัย จะส่งเสริมทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตตามวัยได้  ปัญหาที่พบการให้อาหารตามวัยที่ไม่เหมาะสมเกิดจาก เริ่มให้เร็วเกินไป  ส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสม  สารอาหารที่ไม่เพียงพอ เป็นต้น หลักการให้อาหารตามวัยอย่างเหมาะสมต้องสมวัย  มีปริมาณที่เพียงพอ และมีความปลอดภัย รวมถึงต้องเหมาะสมกับความหิวอิ่มและพัฒนาการตามวัยของทารก
 
สมวัย
         ควรเริ่มให้อาหารเมื่อทารกมีวัยที่เหมาะสม คือ เมื่อนมแม่อย่างเดียวไม่พอเพียงต่อการเจริญเติบโตของทารกและทารกมีความพร้อมที่จะรับอาหารอื่นนอกจากนมได้ คือ เมื่อระบบทางเดินอาหาร ไต ระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้พัฒนาการจนสามารถทำหน้าที่พร้อมแล้ว   การให้อาหารเสริมตามวัยสำหรับทารกจะช่วยให้ทารกปรับตัวเข้ากับการรับประทาน อาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว คุ้นเคยกับรสชาติและลักษณะอาหารที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาไปสู่การรับประทานอาหารแบบผู้ใหญ่
ความหยาบละเอียดของเนื้ออาหารเสริม
         - ทารกอายุ 6 เดือน ควรมีเนื้อค่อนข้างละเอียด โดยใช้วิธีการบด เพื่อให้กลืนได้ง่าย ไม่ควรให้อาหารปั่น เพราะ ทารกจะไม่ได้ฝึกทักษะการเคี้ยวและการกลืน เมื่อทารกสามารถเคี้ยวและกลืนอาหารได้ดี จึงค่อยเพิ่มความหยาบของอาหาร
          -ทารกอายุ 8-9 เดือน จะสามารถใช้นิ้วมือหยิบของชิ้นเล็กได้ ควรให้ทารกถืออาหารที่ไม่แข็งมากกินเอง เช่น ฟักทองนึ่ง มันต้มที่หั่นเป็นชิ้นยาว เป็นต้น แต่ไม่ควรให้อาหารที่มีลักษณะแข็ง เป็นเม็ดเล็ก เช่น ถั่วลิสง เมล็ดข้าวโพด เพราะจะทำให้สำลักเข้าปอดได้
เพียงพอ
          สารอาหารที่ทารกต้องการควรมีสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของเด็ก ซึ่งได้จากการกินอาหารที่หลากหลาย ได้แก่ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว น้ำมัน ผักและผลไม้เป็นประจำทุกวันในปริมาณเพียงพอกับความต้องการของเด็ก
         สำหรับเด็กแรกเกิด – 6 เดือน  ให้นมแม่ล้วนๆอย่างเดียว หลังจากนั้นให้นมแม่ร่วมกับอาหารตามวัย
 
อาหารที่มีประโยชน์ในการพัฒนาการเจริญเติบโตของสมองของเด็ก 
-ตับ ไข่แดง เลือด จะช่วยเพิ่มความจำและสมาธิ เพราะมีธาตุเหล็กสูง
-ปลา เนื้อสัตว์ นม มีแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง
ช่วยพัฒนาการความจำและเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทที่เรียกว่าเดนไดรต์ (dendrite) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเชื่อมโยงสัมพันธ์เรื่องราวที่เด็กได้เรียนรู้จากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง คือ จะสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้ง่ายและรวดเร็ว
- ผัก ผลไม้ ผักสีเขียว และเหลืองแดง ให้วิตามินซี เพื่อนำไปสร้างเยื่อบุต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมทั้งยังให้วิตามินเอทำให้เซลล์ประสาททำงานเต็มที่ ซึ่งส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อพัฒนาการของสมอง นอกจากนี้ในอาหารจำพวกผักและผลไม้ยังมีวิตามินและเกลือแร่จำพวกต่างๆ ที่จะช่วยในการทำงานของเซลล์สมองในการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน ถ้าขาดจะทำให้เซลล์สมองมีการทำงานลดลง ทำให้ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก
- อาหารทะเลและเกลือเสริมไอโอดีน แร่ธาตุไอโอดีนมีความสำคัญต่อระดับ IQ คือป้องกัน IQ ต่ำ และโรคเอ๋ออีกด้วย
- ผักตระกูลกะหล่ำ (ทำให้สุก) และน้ำนมแม่ สามารถยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์สมองได้
 
ข้อแนะนำเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนเพียงพอ
1.ให้เด็กได้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและหลากหลาย เพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการของเด็ก ได้แก่ ข้าว เนื้อสัตว์ ปลา ตับ ไข่ ผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน ให้ไขมันเพียงพอ 
2.กินผักและผลไม้ทุกวัน เพราะเป็นแหล่งของแร่ธาตุ วิตามินและใยอาหาร และกินให้หลากหลายชนิดโดยเฉพาะผักใบเขียวและผักสีส้ม เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ผักกาดขาว ฟักทอง แครอท เป็นต้น ผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก ส้ม เป็นต้น 
3.กินเนื้อสัตว์ทุกวัน เช่น หมู ไก่ ปลาและตับ เพราะเป็นอาหารที่ให้โปรตีนและธาตุเหล็กสูง 
4.สำหรับเด็กอายุ 1-2 ปี ควรเสริมนมรสจืด วันละ 2 แก้ว 
5.ใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เพื่อเป็นแหล่งพลังงานและกรดไขมันจำเป็น โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น 
6.ให้กินอาหารรสธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งรสอาหารด้วยน้ำตาล น้ำผึ้ง ผงชูรสและผงปรุงรส ไม่ควรให้อาหารรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด เนื่องจากอาหารที่มีรสหวานและมันเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ฟันผุ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน และน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล เป็นต้น 
8.เลือกอาหารว่างที่มีคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยอาหารหลายหมู่ หรือผลไม้ตามฤดูกาล หลีกเลี่ยงขนมที่มีรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด และขนมที่เหนียวติดฟัน 
 
ปลอดภัย
      การให้อาหารตามวัยสำหรับทารกที่สะอาดและปลอดภัยโดยเตรียมและเก็บอาหารอย่างถูกหลักอนามัย อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาด ล้างมือก่อนเตรียมและป้อนอาหาร เพื่อป้องกันโรคอุจจาระร่วง ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด เพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้าง ไม่ควรให้น้ำส้มคั้นแก่ทารกเพราะถ้าเตรียมไม่สะอาดอาจจะเกิดโรคอุจจาระร่วงได้ ทารกวัย 6 เดือนแรกจะได้รับวิตามินซีเพียงพอจากนมมารดาอยู่แล้ว
 
ข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่เพื่อช่วยให้เด็กเล็กรับประทานอาหารได้ง่าย
        1. ให้เด็กได้รับประทานอาหารครบทั้ง 3 มื้อ เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ถ้าหิวมากอาจให้ผลไม้ก่อน แล้วจึงให้อาหารมื้อหลัก
        2. จัดอาหารให้น่ารับประทาน ตกแต่งจานให้สวยงาม มีสีสันเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก ขนาดชิ้นอาหารควรพอดีคำ นุ่มเคี้ยวง่าย ควรตักอาหารและแบ่งอาหารให้พอดีกับที่เด็กจะรับประทานหมด และเป็นกำลังใจให้คำชมเชยทุกครั้งที่เด็กรับประทานอาหารหมด พ่อแม่ควรจัดวางผักและผลไม้บนโต๊ะอาหารทุกครั้ง
        3. พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างในการรับประทานอาหารที่ดีให้แก่ลูก ไม่เลือกอาหารและสนุกกับการรับประทานอาหาร
        4. สร้างบรรยากาศที่ดีในการรับประทานอาหารมื้อหลัก อาจมีนิทานประกอบการรับประทานอาหาร สร้างความเพลิดเพลินและจูงใจให้ลูกรับประทานอาหารได้มากขึ้น
 
   
วิธีการให้อาหารตามวัยที่เหมาะสม                                         
1. ป้อนอาหารด้วยความนุ่มนวลไม่ยัดเยียดหรือรุนแรง
2. คอยกระตุ้นให้กินอาหาร ไม่บังคับ ไม่ควรนานเกิน 30 นาที
3. ถ้าปฏิเสธการให้อาหารบางอย่างให้เปลี่ยนวิธีปรุงอาหาร
4. ลดสิ่งล่อใจขณะรับประทานอาหารเช่น ดูโทรทัศน์ เล่นของเล่น เป็นต้น
5. ควรฝึกให้นั่งกินที่โต๊ะอาหาร
6. ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีขณะป้อน เป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ การให้ความรัก เชื่อมความสัมพันธ์
7. ให้อาหารเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยเช่น  ความหยาบละเอียด เหลว ข้นฯ
8. ฝึกนิสัยการกิน เหมาะสมตามวัย
     - กินอาหารเป็นมื้อๆ เป็นเวลา เป็นที่เป็นทาง
     - ไม่ควรกินไป เล่นไป หรือดูโทรทัศน์                                        
     - ไม่ตามป้อน 
     - ฝึกให้ใช้ช้อนกินอาหารเอง
     - ฝึกให้เลิกดื่มนมจากขวดเมื่อเด็กอายุครบ 1ปี หรืออย่างช้าไม่เกิน 2 ปี 
       อาหารธรรมชาติมีประโยชน์มากที่สุด ถ้ารู้จักเลือกสรร และยอมเสียเวลาปรุงสดใหม่ แต่ถ้าพ่อแม่ต้องการให้เด็กรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ควรเติมรสหวานลงไป โดยเฉพาะขนมหวาน เครื่องดื่มน้ำอัดลมซึ่งเป็นสาเหตุให้เด็กติดรสหวาน จะส่งผลให้เกิดปัญหาฟันผุและได้รับน้ำตาลเกิน เสี่ยงต่อโรคอ้วน และไม่แข็งแรง
       ดังนั้นการฝึกสุขนิสัยในการรับประทานอาหารควรเริ่มตั้งแต่ที่บ้าน โดยพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างและเลือกอาหารที่มีประโยชน์ให้แก่ลูก ซึ่งการรับประทานอาหารอย่างถูกที่ ถูกสุขลักษณะ ถูกเวลา และมีมารยาทในการรับประทานอาหารไม่เพียงแต่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตเท่านั้น แต่ยังช่วยในการพัฒนาสมองให้ลูกเติบโตเป็นเด็กฉลาดอีกด้วย ดังคำกล่าวว่า “เด็กฉลาด ชาติเจริญ” ค่ะ    
 
ข้อมูลอ้างอิงจาก  
- คู่มืออาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ( สสส.) พศ.2552.
-วารสารสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ประจำปี 2557
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็ก (CDLC)
โรงพยาบาล  บี.แคร์  เมดิคอลเซ็นเตอร์เลขที่ 29 หมู่ที่ 6  ถนน พหลโยธิน  แขวงสายไหม  เขตสายไหม  กรุงเทพฯ 10220
ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น.  เบอร์โทรศัพท์   02-5233359-71  ต่อ  1135 , 1139 , 1141
 
 
 

 




บทความสุขภาพ คลิกเลย !!!!!

ดาวน์โหลดฟรี! หนังสือ"เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก" article
เปิดเทอมแล้ว!!! จะฝึกลูกแยกจากอย่างไรดี
"เก่งเต็มเมือง แต่คิดไม่เป็น" วิกฤตเด็กปฐมวัย ความสิ้นหวังการศึกษาไทย!
การวัดไอคิว คืออะไร ควรวัดเมื่อใด?
ทำไมต้องเฝ้าระวังพัฒนาการเด็ก?
ทำไมลูกถึงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้? article
เด็กพูดช้า article
ทำไมต้องบูรณาการประสาทสัมผัส article